<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117606</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2021 10:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2021 10:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กับดักหนี้  กยศ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ( กยศ.) &amp;nbsp;มีวิสัยทัศน์ &amp;ldquo; &amp;nbsp;เป็นกองทุนหมุนเวียนที่ให้โอกาสทางการศึกษา เพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน &amp;ldquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กยศ.เริ่มดำเนินการตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2541. มีจำนวนผู้กู้ถึงปัจจุบันรวม 5.9 ล้านคนผู้กู้ที่ถูกคำพิพากษาศาล &amp;nbsp;1.2 ล้านคน * และที่ถูกบังคับคดีจำนวน &amp;nbsp;212556 &amp;nbsp;คน*จากจำนวนผู้กู้ที่ถูกคำพิพากษาร้อยละ 20 และที่ถูกบังคับคดีร้อยละ &amp;nbsp;5.5 &amp;nbsp;ของผู้กู้ทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงเกิดเป็นคำถามแรกต่อ วิสัยทัศน์ กยศ.ในการให้โอกาส เพื่อสร้างอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้กู้ที่ถูกคำพิพากษาและที่ถูกบังคับคดี คือเยาวชนวัยทำงาน &amp;nbsp; ควรจะเป็นกำลังสร้างชาติ แต่วันนี้ถูกฟ้องดำเนินคดีที่เกิดจากการให้กู้ยืมของ กยศ. เพื่อการศึกษา ซึ่งมีเป้าหมายช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยตาม พรบ.2541 &amp;nbsp;ในขณะเกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง&amp;nbsp; จากข่าวการยึดทรัพย์สินของผู้ค้ำประกันหนี้ กยศ หนี้ของผู้กู้ไม่ถึงหมี่นบาท เดือดร้อนถึงกับยึดบ้านพ่อแม่ขายทอดตลาด หรือความหวังดีของครูต่อศิษย์ยอมเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ ตกที่นั่งลำบาก จากลูกศิษย์ตกงานไม่มีรายได้ ต้องเป็นภาระจ่ายเงินกู้แทนจนตัวเองเกษียณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังคงมีอีกหลายกรณีที่ยังไม่ปรากฏเป็นข่าวให้เห็น ที่แน่ชัด ผู้กู้ หรือน้อง ๆ วัยทำงานอีกประมาณ 1.2 ล้านคนที่ยังอาจต้องเผชิญกับการถูกหมายบังคับคดี และผู้ค้ำประกันอีก 2.8 ล้านคน *ที่รอคอยอาจถูกยึดทรัพย์ขายทอดตลาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้มองไม่เห็นอนาคต ของคน 4 ล้านคนที่เป็นผู้กู้หรือค้ำประกัน สิ่งที่คนเหล่านี้อาจจะต้องเผชิญอยู่เบื้องหน้าคือคำพิพากษาศาลและบังคับคดี น่าจะเรียกได้ว่าเป็น กับดักหนี้ กยศ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มันเป็นฝันร้ายของประเทศไทยในยามที่เกิดวิกฤตโคโรน่าไวรัส 19 &amp;nbsp;ข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติมีผู้ว่างงาน สี่แสนคนก่อนโควิด น่าจะเพิ่มขึ้นในปัจจุบัน &amp;nbsp;บทบาทที่ภาครัฐกำลังเร่งมือระดมพลังสมองแรงกายแรงใจ พร้อมทั้งภาคเอกชน ประชาชน ก็ร่วมแรงร่วมใจ เพื่อฝ่าฟันให้พ้นช่วงวิกฤตชาติครั้งนี้ไปด้วยกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่พลังของคนไทย 4 ล้านคนอาจกำลังถูกบั่นทอนอย่างรุนแรงจากผลการฟ้องร้องและบังคับคดีที่กำลังมา ยิ่งถ้ารอเวลาให้เนินนานออกไปในปีหน้าโดยไม่ทำอะไรเลย การบั่นทอนกำลังใจของประชาชน 4 ล้านคน เป็นการซ้ำเติมทำร้ายประเทศไทยให้บอบช้ำยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เขียนมาก็ไม่ได้หมายความว่า กยศ.ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง หากตามไปดูข้อมูลใน พรบ.2541 มาตรา 38 (5) รับชำระหนี้เงินกู้ติดตามทวงถามและดำเนินคดีเพื่อบังคับชำระหนี้เงินกู้ การที่ระบุใว้ในพรบ.ชัดเจนว่า ดำเนินคดีเพื่อบังคับชำระหนี้ &amp;nbsp;คนทำงานก็ต้องปฎิบัติตามมิฉะนั้นก็กลายเป็นละเว้นไม่ปฎิบัติหน้าที่ &amp;nbsp;แล้วบวกกับอายุความของสัญญากู้ที่ไม่เกิน 10 ปี กยศ.จึงมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีสูงถึง &amp;nbsp; 639 &amp;nbsp;ล้านบาทในปี &amp;nbsp;2563 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงเป็นที่มาของคำถามที่สองว่า.มาตรฐานในการติดตามและแก้ไขหนี้ให้ผู้กู้ดีเพียงพอหรือไม่ &amp;nbsp;เข้าใจสถานะผู้กู้หรือไม่ เมื่อถึงเวลาแล้วก็ให้ทนายดำเนินการ จึงปรากฏ มีค่าใช้จ่ายในการติดตามหนี้โดยการดำเนินคดีสูงมาก &amp;nbsp;ยิ่งหากนำมาเทียบกับรายได้ 6638 ล้านบาทในปี 2563 ประมาณ &amp;nbsp;ร้อยละ 10 ของรายได้ซึ่งไม่น้อยเลยทีเดียว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นที่น่าสังเกตอีกเช่นกันว่ารายได้ดอกเบี้ยรับ 5822 ล้านบาท เป็นร้อยละ 90ของรายรับในปี2563 ซึ่งดูเป็นปกติสำหรับกิจการให้กู้ &amp;nbsp;แต่หากไปดูในรายละเอียด ปรากฏเป็นเบี้ยปรับผิดนัดชำระหนี้สูงมากถึง 2520 &amp;nbsp;ล้านบาทหรือ ร้อยละ 40 ของดอกเบี้ยรับทั้งหมดซึ่งไม่น่าเป็นเรื่องปกติ &amp;nbsp;สะท้อนได้สองอย่างคือ ผู้กู้จ่ายหนี้มาไม่ทราบว่าเงินมาตัดดอกเบี้ยปรับที่สูงเงินที่ชำระมาไม่ลดเงินต้น สองกระบวนการติดตามเก็บชำระหนี้พึงพาการฟ้องร้องการบังคับคดีเป็นหลัก ซึ่งไม่น่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อบทบาทของการให้โอกาสสร้างอนาคตต่อเยาวชนของชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดีอย่างน้อยมีผู้กู้ ของ กยศ.จำนวน 1.47 ล้านรายได้ชำระหนี้เสร็จสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นที่น่ายินดีมีการแก้ไข พรบ กยศ 2560 ซึ่งตอบโจทย์ปัญหาดังกล่าวข้างต้นได้บ้าง เช่น ไม่มีข้อความดำเนินคดีเพื่อบังคับชำระหนี้เงินกู้ &amp;nbsp;( &amp;nbsp;แต่ในทางปฎิบัติการฟ้องดำเนินคดีก็ยังปรากฏ ) &amp;nbsp;การลดอัตราดอกเบี้ยปรับ จากร้อยละ 1.5 &amp;nbsp;ต่อเดือนหรือร้อยละ 18 ต่อปี เหลือไม่เกิน ร้อยละ 7.5 ต่อปี และนำเรื่องการชำระหนี้ผูกกับการมีรายได้ของผู้กู้ โดยนายจ้างมีหน้าที่หักเงินเดือนชำระหนี้ให้ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบกับ ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ปฎิรูปหลักการชำระหนี้ ในเรื่องการกำหนดอัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ที่เหมาะสมพร้อมทั้งปรับฐานการคิดดอกเบี้ยปรับให้คิดเฉพาะเงินต้นที่ผิดนัดในงวดนั้น ๆแทนการคิดเงินต้นทั้งจำนวน ซึ่งลดภาระดอกเบี้ยปรับได้เป็นอย่างมาก เช่นเดิมดอกเบี้ยปรับ 27443 เหลือเพียง &amp;nbsp;8 บาท เท่านั้นรวมถึงลำดับการตัดหนี้ให้ตัดต้นเงินและดอกเบี้ยในงวดที่ค้างก่อน แทนที่จะไปตัดดอกเบี้ยปรับ เป็นการสร้างความเป็นธรรมให้ผู้กู้เงิน ในจังหวะเวลาที่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งวันที่ &amp;nbsp;30 มิถุนายน 2562 &amp;nbsp;สนง.บังคับคดีจังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับ กยศ. จัดมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ข้อพิพาทชั้นบังคับคดี สามารถแก้ไขหนี้ได้ 613 รายจาก จำนวนผู้กู้ 736 ราย นั่นแสดงว่าน้อง ๆ วัยทำงานคงไม่มีใครอยากโดนคดีฟ้องยึดทรัพย์เป็นที่เดือดร้อนของพ่อแม่ผู้ค้ำประกัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันผู้กู้ จำนวน 1.5 ล้านรายอยู่ในขบวนการทางศาล ส่วนหนึ่งอยุ่ในขั้นตอนยึดทรัพย์ขายทอดตลาด มาตรการประนีประนอมอย่างผ่อนปรนตามธนาคารแห่งประเทศไทย ย่อมถือเป็นการช่วยแก้ไขปัญหาสังคมได้ควรนำมาปฎิบัติอย่างเร่งด่วนในปีนี้ ก่อนที่จะสายเกินแก้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้กู้อยากเห็น รัฐเข้ามาเป็นหุ้นส่วนกับนักศึกษามากกว่าการมีบทบาทเจ้าหนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุด เราเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับ การสร้างภาพจำและสามารถนำไปสู่แนวทางปฎิบัติได้ด้วย การที่ &amp;nbsp;รัฐบาลโดย กยศ. จะอยู่ในฐานะที่เป็นหุ้นส่วนประคับประคองนักเรียนนักศึกษาให้ มีโอกาส สร้างอนาคตตอบโจทย์สร้างบุคลากรคุณภาพของไทย มากกว่าการมีบทบาทการเป็นเจ้าหนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเสนอแนะ เครื่องมือของกระทรวงการคลังซึ่ง กยศ.อยู่ในกำกับ น่าจะช่วยเข้ามาตอบโจทย์การรู้จักผู้กู้ การติดตามผู้กู้ การสอดส่องพฤติกรรมการใช้จ่าย การชำระหนี้ เช่น application เป๋าตัง &amp;nbsp;เป็นการใช้ digital technology ในการบริหารติดตามผู้กู้ได้อย่างเป็นมิตรและใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หวังว่า 4 ล้านคนจะกลับมาเป็นพลังของชาติได้ในที่สุด ไม่ติดกับดับหนี้ กยศ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายเหตุ &amp;nbsp; &amp;nbsp;* &amp;nbsp;แหล่งข้อมูลจาก &amp;nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย และ รายงานทางการเงินของ กยศ.
วงศกร &amp;nbsp;พิธุพันธ์
กลุ่มนโยบายสาธารณะเพื่อสังคมและธรรมาภิบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117606</URL_LINK>
                <HASHTAG>กยศ., กลุ่มนโยบายสาธารณะเพื่อสังคมและธรรมาภิบาล, กับดักหนี้  กยศ., วงศกร  พิธุพันธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210923/image_big_614bf5c239b80.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92581</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2021 12:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2021 12:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>PM2.5  คุณภาพอากาศเริ่มมีผลต่อสุขภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความวัวไม่ทันหายความควายเข้ามาแทรก เป็นสุภาษิต ที่เข้ากับสภาวการณ์ในปัจจุบันเป็นอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความหมาย คือมีเรื่องราวเดือดร้อนเกิดขึ้น ยังไม่ทันจะแก้ไขหรือจัดการให้สงบดีก็เกิดมีเรื่องใหม่ซ้อนขึ้นมาอีกกลายเป็นสองเรื่องขึ้นในคราวเดียวกัน เทียบเคียงกับการระบาดใหม่ของโรคทางเดินหายใจ โควิด-19 ในระลอกที่สองนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 พร้อมกับการเกิดฝุ่น PM2.5 ที่ระดับเกินมาตรฐานที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ( มคก./ลบ.ม. ) ซึ่งคุณภาพอากาศเริ่มมีผลต่อสุขภาพ ในช่วงเวลาต่อเนื่องกัน ตามภาพข่าวเรื่อง COVID-19 และคุณภาพอากาศ PM2.5 ที่ปรากฏตามสื่อต่าง ๆ อยุ่ทุกวันในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การระบาดระลอกใหม่ของ Covid-19 ได้มีการกระจายไปสู่ 64 จังหวัด มีจำนวนผู้ติดเชื้อ13500 คน ณ. วันที่ 24 มค.2564 &amp;nbsp;และมีผู้เสียชีวิตจำนวน 73 ราย ด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพต่อการรับมือ COVID-19 ของรัฐบาลไทยและความร่วมมือของคนไทย คงสามารถควบคุณสถานการณ์ระบาดได้ในเร็ววัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงเวลาเดียวกันกับการระบาดระลอกใหม่ของ Covid-19 ปัญหาคุณภาพอากาศด้วยค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 สูงเกินมาตรฐาน 50 มคก./ลบ.ม. ก็เริ่มก่อตัวขึ้น ถึงแม้ว่าจะยังไม่ปรากฏมีผู้เสียชีวิตจากปัญหาคุณภาพอากาศ แต่ฝุ่นขนาดเล็กที่เราหายใจเข้าปอดทุกวันทำให้ส่อเห็นเค้าลางการก่อตัวปัญหาด้านสุขภาพของประชาชน ตัวอย่างที่เกิดขึ้นเด็กชายวัย 4 ขวบอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่เลือดกำเดาออกจมูกไหลไม่หยุด ปอดเป็นจุดดำซึ่งบ่งบอกของโรคปอดอักเสบ หรือเด็กหญิงวัย 11 เดือนจากอำเภอแม่ริมป่วยจาการสูดดมฝุ่นพิษเข้าไปทำให้ปอดข้างขวาอักเสบ ยิ่งได้รับฝุ่นพิษเข้าร่างกายอยู่เป็นประจำเป็นเวลานาน ท้ายที่สุดก็จะป่วยเป็นโรคมะเร็งปอดและเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกตัวอย่างความรุนแรงเมื่อค่าฝุ่น PM2.5 สูงเกินกว่า 999 มคก./ลบ.ม. เป็นสาเหตุการเสียชีวิตของชาวมองโกเลียหลายพันคนในแต่ละปี เนื่องจากการเผาถ่านหินเพื่อทำความร้อนในช่วงฤดูหนาวที่ซึ่งอุณหภูมิติดลบถึง 25 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยเคยมีค่าคุณภาพอากาศแย่ที่สุดของโลกในวันที่ 12 มีนาคม 2562 อยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ค่า &amp;nbsp;AQI อยู่ที่ 271 PM2.5 อยู่ที่ 170 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนกรุงเทพอยู่ลำดับ 6 ค่า AQI อยู่ที่ 159 &amp;nbsp;ในวันเดียวกัน เชียงใหม่ยังตรวจพบค่า PM2.5 สูงเกิน 371 มคก./ลบ.ม.ในหลายพื้นที่ของช่วงหลังเดือนมีนาคม &amp;nbsp;และคุณภาพอากาศยิ่งแย่ลงอีกในเดือนมีนาคมปี 2563 โดยค่า PM2.5 ที่ปรากฏในตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 445 มคก./ลบ.ม.และที่ อำเภออมก๋อยขึ้นสูงที่สุดในระดับ 715 มคก./ลบ.ม.จึงไม่น่าสงสัยในสุขภาพที่แย่ลงของประชาชน จากข้อมูลของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1เชียงใหม่มีผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบทางสุขภาพจากปัญหาหมอก ควันและไฟป่ามีทั้งสิ้น 89219 คนในช่วงไตรมาสแรกของปี 2562 ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงมากและยิ่งนานวันจะทวีความรุนแรงของปัญหาเพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Covid-19 ไวรัสเชื้อโรคที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ส่งผลกระทบต่อโลกอย่างรุนแรงรวดเร็วในวงกว้างทั่วทุกประเทศโดยไม่เลือกว่าประเทศร่ำรวยหรือยากจน หรือความแตกต่างในรายได้ของคน ไม่ว่าจะร่ำรวยขนาดไหนหรือมีตำแหน่งหนกลใดไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารสูงสุดของประเทศหรือคนรากหญ้าคนชาติพันธ์ก็มีโอกาสติดเชื้อโรคทางเดินหายใจ Covid-19 ได้เช่นเดียวกัน วัคซีนที่สร้างโดยมนุษย์ก็สามารถป้องกันโรคนี้ไม่ให้น่ากลัวและกลายเป็นโรคประจำถิ่นในที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับฝุ่น PM2.5 ปัญหาคุณภาพอากาศที่มนุษย์เป็นผู้สร้างขึ้นส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโลก ในไทยมักจะเกิดจากการเผาไหม้ ทั้งในพื้นที่เพาะปลูกหลังการเก็บเกี่ยวทั้งข้าว อ้อย และข้าวโพด เผาเศษใบไม้ใบหญ้าในพื้นที่รอบนอกกรุงเทพ ฝุ่นควันจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงของรถจำนวนมากในกรุงเทพและเมืองใหญ่ &amp;nbsp;ฝุ่นจากงานก่อสร้างขนาดใหญ่ เป็นต้น &amp;nbsp;อาจรวมถึงไฟไหม้ป่าตามธรรมชาติหรือเกิดขึ้นจากน้ำมือมนุษย์ เพียงแต่ธรรมชาติยังคงมีความเมตตา ด้วยลมฟ้าฝน ตามฤดูกาลยังช่วยแบ่งเบาบรรเทาปัญหา ให้เกิดขึ้นเพียงในช่วงฤดูแล้งในวันที่ปราศจากการพัดไหลเวียนของลมและปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่เกินค่ามาตรฐานอากาศที่ส่งผลต่อสุขภาพ ก็จะจากไปเมื่อมีฝนตกลงมาถูกต้องตามฤดูกาลในช่วงฤดูฝน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สถิติตัวเลขที่รวบรวมโดยกองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ ได้แสดงถึงจำนวนวัน ที่ผลของ PM2.5 ที่มีค่าเกิน 50 ในปี พ.ศ.2563 &amp;nbsp; ขอยกตัวอย่างในพื้นที่ภาคเหนือรวม 4 จังหวัด เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง และแม่ฮ่องสอน ค่าเฉลี่ยในช่วง4 เดือนระหว่าง มกราคม ถึง เมษายน พ.ศ. 2563 มีจำนวนวัน ที่ค่า PM2.5 เกิน 50 ค่ามาตรฐานคุณภาพอากาสมีผลกระทบต่อสุขภาพ ตั้งแต่ 29.8 % ในเดือน มกราคม 72.4 % ในเดือนกุมภาพันธ์ สูงสุดที่ 91.1 % ในเดือนมีนาคม และลงมาที่ 69.1 % ในเดือนเมษายน ( มากน้อยในแต่ละจังหวัดอาจแตกต่างกันในแต่ละเดือน ) นั่นหมายความว่าคนทางภาคเหนือจะต้องอยู่กับคุณภาพอากาศที่มีผลกระทบต่อสุขภาพเป็นระยะเวลายาวนาน 4 เดือนในแต่ละปี ส่งผลถึงความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพประชาชนโดยเฉพาะเด็กเยาวชนที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในวันหน้า &amp;nbsp;ส่วนในพื้นที่กรุงเทพอาจโชคดีที่ระยะเวลาอาจสั้นกว่าจบในเดือนกุมภาพันธ์ ความเสี่ยงต่อการหายใจเอาฝุ่นเข้าไปสะสมในปอดก็คงไม่น้อย และส่งผลต่อสุขภาพในระยะต่อไป
สงครามกับ PM2.5 เรายังมองไม่เห็นชัยชนะของคนไทย &amp;nbsp;ทั้ง ๆ ที่มนุษย์เองเป็นผู้สร้าง PM2.5 &amp;nbsp;มนุษย์จะต้องเป็นผู้แก้ไขปัญหา โดยต้องเริ่มจากความเข้าใจและจริงใจไม่เอื้อประโยชน์กลุ่มใดเป็นการเฉพาะ แก้ปัญหาตรงจุด จะสำเร็จได้ต้องมีความต่อเนื่อง มีความเข็มแข็งของชุมชน มีภาคีเครือข่ายทั้งเอกชนภาครัฐและNGO พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนความรู้ที่นำมาแก้ไขปัญหาได้จากภาควิชาการ&amp;nbsp;
ประการสุดท้ายขอเป็นกำลังใจ เฝ้าติดตามและสนับสนุน โครงการแม่แจ่มโมเดล ที่จังหวัดเชียงใหม่ โครงการนำร่องของรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหาให้ประสบความสำเร็จในเร็ววัน เพื่ออากาศที่บริสุทธ์และคุณภาพชีวิตที่ดีสำหรับลูกหลานของเราคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วงศกร &amp;nbsp;พิธุพันธ์
กลุ่มนโยบายสาธารณะเพื่อสังคมและธรรมาภิบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92581</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM2.5  คุณภาพอากาศเริ่มมีผลต่อสุขภาพ, วงศกร  พิธุพันธ์, เวทีพิจารณ์นโยบายสาธารณะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210121/image_big_60096c2f8e472.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
